พระล้านนาดอทคอม แหล่งรวมพระเครื่องเมืองเหนือ
พระเกจิอาจารย์ทั่วไป

หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ

(ปิดการประมูลแล้ว)

หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ


หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ

ชื่อพระ :
 หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ
รายละเอียด :
 
 
ราคาเปิดประมูล :
 1000 บาท
ราคาสูงสุด ขณะนี้ :
 1000 บาท
ราคาที่ต้องเพิ่มขึ้น ขั้นต่ำ :
 500 บาท

เงื่อนไขการรับประกัน :
 

ผู้ตั้งประมูล :
 ดวงติ๊บ ขยัน
ที่อยู่ :
 20/3 ม.10 ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ไทย

เบอร์โทรติดต่อ :
  0861840921, 0861840921
E-mail :
 denlanna@hotmail.com

ชื่อบัญชี :
 นาย ดวงติ๊บ ขยัน
เลขที่ บัญชี :
 4590362127
ประเภท บัญชี :
 ออมทรัพย์
ธนาคาร :
 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
สาขา :
 หางดง

วันที่ :
 Tue 16, Feb 2010 15:01:58
โดย : หนานติ๊บ    [Feedback +7 -0] [+1 -0]   Tue 16, Feb 2010 15:01:58
 
 

ปิดการประมูลครับ

 
โดย : หนานติ๊บ    [Feedback +7 -0] [+1 -0]     [ 3 ] Thu 18, Feb 2010 14:30:34

 
พระปิดตาสะท้านแผ่นดินหนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ  ๆ ในวงการมีองค์แท้ให้เห็นกัน แบบนับองค์ได้ครับ สำหรับองค์นี้พิมพ์หูกระต่ายมีพิเศษรักชาดทองเก่าๆด้วยครับคลาสสิคไม่เบาครับพระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจรเข้เป็นปิดตาองค์เดียวที่อยู่ถึงสองเบญจภาคี คือ 1. อยู่หนึ่งในห้าเบญจภาคีประปิดตาเนื้อโลหะของเมืองไทย 2. อยู่หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตร เมืองไทย หรือ ที่อ.เภา ให้คำนิยมไว้ว่า เบญจพระปิดตาห้าเสือเนื้อเมฆพัตรในสมัยก่อนพระปิดตาสำนักนี้มีชื่อเรียกติดปากกันว่า "พระปิดตาห้วยจระเข้" ซึ่งถือว่าเป็นพระปิดตาที่มีประสบการณ์เยี่ยมยอดด้านคงกะพัน กับมหาอุดเป็นที่สุด ส่วนทางเมตตามหานิยมกับโชคลาภก็ไม่เบาเหมือนกันครับ เเละสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง พระปิดตาห้วยจระเข้ได้รับความนิยมสูงกว่าพระสมเด็จวัดระฆังเสียอีกพระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะมีพุทธคุณสูงอันเกิดมาจากพลังจิตอันแก่กล้าของผู้ปลูกเสกอย่างหลวงปู่นาคพระเกจิอาจารย์ระดับชั้นปรมารย์แล้ว ยังเป็นพระปิดตาที่สร้างโดยกรรมวิธีอันเข้มขลังสุดยอดอีกด้วย พระปิดตาห้วยจระเข้เป็นพระปิดตาที่ "ดีนอกและดีใน" คือ ดีทั้งเนื้อหาและการปลุกเสกโดยเฉพาะเนื้อ "เมฆพัด" นั้น ตำราทางไสยศาสตร์เรียกว่า "โลหะธาตุกายสิทธิ์" เป็นโลหะที่สำเร็จขึ้นด้วยกรรมวิธีการนำเอา "แร่ธาตุ" บางชนิดมาหลอมรวมกันในเบ้าโดยมี "น้ำว่าน" บางชนิดเป็นส่วนผสม อีกทั้งมีการบริกรรมคาถาปลุกเสกไปตลอดของการหลอมผสมแร่ธาตุ เเละซัดด้วยน้ำว่านนี้ เมื่อสำเร็จออกมาจึงเป็นเนื้อโลหะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเมื่อนำมาสร้างวัตถุมงคลก็จะยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีกเป็นพิเศษ นั่นคือคุณวิเศษของเนื้อเมฆพัดที่สร้างถูกต้องตามกรรมวิธีการสร้างตามตำราของวิชาไสยศาสตร์  ในการสร้างพระปิดตาของหลวงปู่นาคท่านสร้างหลายครั้งด้วยกัน สร้างไปเรื่อยๆตามแต่จะมีโอกาสหลวงปู่นาคท่านเริ่มสร้าง พระปิดตามหาอุด เนื้อเมฆพัด ขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2432-2435 มีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ คือ พิมพ์สะดือจุ่น, พิมพ์หูกระต่าย, พิมพ์ต้อ, พิมพ์เล็ก เป็นต้น ในสมัยนั้นการสร้างพระปิดตาเป็นเรื่องยากและลำบาก ซึ่งท่านต้องปั้นพิมพ์และเทโลหะด้วยตัวท่านเอง โดยมีลูกศิษย์คอยช่วยเหลือในการตั้งเตาหลอมและการสูบลม การหล่อประณีตไม่มีรอยตะเข็บไม่มีฟองอากาศ เนื้อพระมีสีดำอมเขียวและมีเหลือบปีกแมลงทับสวยงามมาก   เอกลักษณ์ของพระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะดูพิมพ์เป็นหลักแล้ว พระปิดตาห้วยจระเข้จะต้องมีการลงเหล็กจารทุกองค์ด้วย ในการลงเหล็กจารนั้นมีเรื่องเล่ากันว่าหลวงปู่นาคท่านนำเอาพระปิดตาที่สร้างเสร็จแล้วไปลงเหล็กจารที่ท่าน้ำข้างๆ วัด โดยท่านจะนำลงไปจารอักขระใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วก็จะปล่อยให้พระปิดตาลอยขึ้นมาเหนือน้ำเองโดยมีลูกศิษย์ที่อยู่บนฝั่งคอยเก็บ ถ้าพระปิดตาองค์ไหนลงจารแล้วไม่ลอยน้ำขึ้นมา แสดงว่าพระปิดตาองค์นั้นไม่มีพลังพุทธคุณ อันอาจจะเกิดอักขระวิบัติจากการจารอักขระก็ได้ การที่พระเกจิอาจารย์ท่านใดสามารถดำลงไปทำวัตถุมงคลใต้น้ำได้นานๆ แบบนี้ ก็แสดงว่าพระเกจิอาจารย์ท่านนั้นสำเร็จวิชากสิณที่สามารถแปลงธาตุน้ำให้เป็นช่องว่างมีอากาศหายใจได้ นอกจากการจรอักขระพระปิดตาใต้น้ำแล้ว หลวงปู่นาคท่านก็มีวิธีการจารอักขระอีกวิธีหนึ่งคือ ท่านจะไปจารที่กลางทุ่งนา หรือในป่าริมคลองที่มีปูอาศัยอยู่มากๆ เมื่อไปถึง และหารูปูเจอแล้ว ท่านก็จะยืนโดยเอาหัวแม่เท้าขวาอุดที่ปากรูปู จากนั้นก็จะกำหนดจิตบริกรรมคาถา และลงเหล็กจารไปพร้อมๆ กัน ขณะนั้นทั่วทั้งทุ่ง และป่าริมคลองนั้นจะเงียบสงัดทันที เสียงนก หรือแมลงร้องจะไม่มีได้ยิน สัตว์ทุกตัวที่อยู่บริเวณนั้นจะหยุดนิ่งชะงักเป็นจังงังกันหมด เมื่อท่านผ่อนคลายกำหนดจิตจากการลงอักขระเสร็จแล้วนั่นแหละ ทุกอย่างจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนที่จะกลับหลวงปู่นาคท่านจะทำน้ำมนต์รดที่รูปูนั้นเพื่อเป็นการคลายอาคม หากมิเช่นนั้นปูที่อยู่ในรูจะออกมาไม่ได้ หรือถ้าปูอยู่ข้างนอกก็จะกลับลงรูไม่ได้เหมือนกัน อักขระที่ท่านใช้คือ "นะคงคา" เป็นตัวหลัก เพราะหลวงปู่นาคสำเร็จ อาโปกสิน วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกจึงหนักไปทางพลังเย็นเร้นเข้มขลังอย่างเอกอุ จากพิธีกรรมการสร้างอันเข้มขลังนี้เองจึงทำให้เป็นสุดยอดอันดับหนึ่งของพระปิดตาเนื้อเมฆพัดด้วยกันทั้งหมด  หลวงปู่นาค จัดเป็นพระปรมาจารย์เมืองนครปฐมในสมัยแรก เป็นต้นตำรับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด แต่พระปิดตาห้วยจระเข้ไม่ใช่มีแต่เฉพาะเนื้อเมฆพัดชนิดเดียว แต่ได้มีชนิดที่สร้างด้วย "เนื้อชิน" อีกด้วย ซึ่งพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินเป็นแบบ "ชินตะกั่ว" โดยหลวงปู่นาคท่านนำเอาแผ่นตะกั่วมาลงอักขระแล้วหลอมเทเป็นพระปิดตา และลงเหล็กจารด้วยกรรมวิธีการเช่นเดียวกับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด กล่าวถึงพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินตะกั่วนี้ก็มีการสร้างในยุคแรกๆ เป็นพระปิดตาที่หลวงปู่นาคท่านสร้างขึ้นก่อนที่ท่านจะสร้างเนื้อเมฆพัดได้สำเร็จ  ว่ากันว่า "หลวงปู่นาค" กับ"หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว" มีความสนิทสนมกัน เป็นสหธรรมิกรุ่นน้อง(หลวงปู่นาค มีอายุมากกว่าหลวงปู่บุญ 35 ปี) และมีการแลกเปลี่ยนวิชาซึ่งกันและกันด้วย โดยหลวงปู่บุญขอเรียนวิชาการสร้างเนื้อเมฆพัดไปจากหลวงปู่นาคส่วนหลวงปู่นาคก็ได้ขอเรียนวิชาอื่นจากหลวงปู่บุญไปเป็นการแลกเปลี่ยน สำหรับหลวงปู่บุญท่านได้ก็สร้างพระเนื้อเมฆพัดขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งพระเนื้อเมฆพัดของหลวงปู่บุญที่ท่านสร้างเองลักษณะเนื้อจะเหมือนๆ ของหลวงปู่นาคมากหลวงปู่นาค โชติโกไ ด้เป็นผู้สร้างวัดห้วยจระเข้ร่วมกับประชาชน ปกครองวัดมานาน 11 ปี ถึงกาลละสังขารเมื่อปี พ.ศ. 2453 ด้วยโรคชรา รวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา ก่อนที่หลวงปู่นาคท่านจะมรณภาพ ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการสร้างพระปิดตาให้กับ "หลวงปู่ศุข" ลูกศิษย์ซึ่งต่อมาหลวงปู่ศุขท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ต่อจากหลวงปู่นาคหลวงปู่สุกท่านสร้างพระปิดตาพิมพ์หูกระต่ายนี้ไว้ในราวๆปี 2480 เป็นต้นมาครับ มีทั้งเนื้อเมฆพัตรและเนื้อทองแดง หลวงปู่ศุขท่านนี้ก็เป็นพระเกจิอาจารย์ของเมืองนครปฐมที่มีชื่อเสียงรุ่นราวคราวเดียวกับ "หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง" และ "หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา" ที่มีคนนับถือมากเช่นกัน หลวงปู่ศุขท่านสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดพิมพ์แบบเดียวกับหลวงปู่นาคทุกอย่าง เพียงแต่ท่านไม่ได้ลงเหล็กจารเพื่อให้มีความแตกต่างไม่เป็นการวัดรอยเท้าอาจารย์ แต่ก็มีบ้างอยู่เหมือนกันที่มีการเอาพระปิดตาหลวงปู่ศุขมาลงเหล็กจารแล้วหลอกขายเป็นของหลวงปู่นาคเพื่อให้ได้ราคาสูง จึงควรพิจารณารอยเหล็กจารว่าต้องมีความเก่า ถ้าเป็นรอยจารใหม่แต่เป็นพิมพ์เดียวกันก็แสดงว่าเป็นของลูกศิษย์ครับ
 
โดย : หนานติ๊บ    [Feedback +7 -0] [+1 -0]     [ 2 ] Tue 16, Feb 2010 17:39:48









 
พระปิดตาสะท้านแผ่นดินหนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ  ๆ

 

พระปิดตาสะท้านแผ่นดินหนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ  ๆ ในวงการมีองค์แท้ให้เห็นกัน แบบนับองค์ได้ครับ สำหรับองค์นี้พิมพ์หูกระต่ายมีพิเศษรักชาดทองเก่าๆด้วยครับคลาสสิคไม่เบาครับพระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจรเข้เป็นปิดตาองค์เดียวที่อยู่ถึงสองเบญจภาคี คือ 1. อยู่หนึ่งในห้าเบญจภาคีประปิดตาเนื้อโลหะของเมืองไทย 2. อยู่หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตร เมืองไทย หรือ ที่อ.เภา ให้คำนิยมไว้ว่า เบญจพระปิดตาห้าเสือเนื้อเมฆพัตรในสมัยก่อนพระปิดตาสำนักนี้มีชื่อเรียกติดปากกันว่า "พระปิดตาห้วยจระเข้" ซึ่งถือว่าเป็นพระปิดตาที่มีประสบการณ์เยี่ยมยอดด้านคงกะพัน กับมหาอุดเป็นที่สุด ส่วนทางเมตตามหานิยมกับโชคลาภก็ไม่เบาเหมือนกันครับ เเละสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง พระปิดตาห้วยจระเข้ได้รับความนิยมสูงกว่าพระสมเด็จวัดระฆังเสียอีกพระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะมีพุทธคุณสูงอันเกิดมาจากพลังจิตอันแก่กล้าของผู้ปลูกเสกอย่างหลวงปู่นาคพระเกจิอาจารย์ระดับชั้นปรมารย์แล้ว ยังเป็นพระปิดตาที่สร้างโดยกรรมวิธีอันเข้มขลังสุดยอดอีกด้วย พระปิดตาห้วยจระเข้เป็นพระปิดตาที่ "ดีนอกและดีใน" คือ ดีทั้งเนื้อหาและการปลุกเสกโดยเฉพาะเนื้อ "เมฆพัด" นั้น ตำราทางไสยศาสตร์เรียกว่า "โลหะธาตุกายสิทธิ์" เป็นโลหะที่สำเร็จขึ้นด้วยกรรมวิธีการนำเอา "แร่ธาตุ" บางชนิดมาหลอมรวมกันในเบ้าโดยมี "น้ำว่าน" บางชนิดเป็นส่วนผสม อีกทั้งมีการบริกรรมคาถาปลุกเสกไปตลอดของการหลอมผสมแร่ธาตุ เเละซัดด้วยน้ำว่านนี้ เมื่อสำเร็จออกมาจึงเป็นเนื้อโลหะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเมื่อนำมาสร้างวัตถุมงคลก็จะยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นไปอีกเป็นพิเศษ นั่นคือคุณวิเศษของเนื้อเมฆพัดที่สร้างถูกต้องตามกรรมวิธีการสร้างตามตำราของวิชาไสยศาสตร์  ในการสร้างพระปิดตาของหลวงปู่นาคท่านสร้างหลายครั้งด้วยกัน สร้างไปเรื่อยๆตามแต่จะมีโอกาสหลวงปู่นาคท่านเริ่มสร้าง พระปิดตามหาอุด เนื้อเมฆพัด ขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2432-2435 มีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ คือ พิมพ์สะดือจุ่น, พิมพ์หูกระต่าย, พิมพ์ต้อ, พิมพ์เล็ก เป็นต้น ในสมัยนั้นการสร้างพระปิดตาเป็นเรื่องยากและลำบาก ซึ่งท่านต้องปั้นพิมพ์และเทโลหะด้วยตัวท่านเอง โดยมีลูกศิษย์คอยช่วยเหลือในการตั้งเตาหลอมและการสูบลม การหล่อประณีตไม่มีรอยตะเข็บไม่มีฟองอากาศ เนื้อพระมีสีดำอมเขียวและมีเหลือบปีกแมลงทับสวยงามมาก   เอกลักษณ์ของพระปิดตาห้วยจระเข้นอกจากจะดูพิมพ์เป็นหลักแล้ว พระปิดตาห้วยจระเข้จะต้องมีการลงเหล็กจารทุกองค์ด้วย ในการลงเหล็กจารนั้นมีเรื่องเล่ากันว่าหลวงปู่นาคท่านนำเอาพระปิดตาที่สร้างเสร็จแล้วไปลงเหล็กจารที่ท่าน้ำข้างๆ วัด โดยท่านจะนำลงไปจารอักขระใต้น้ำ เมื่อจารเสร็จแล้วก็จะปล่อยให้พระปิดตาลอยขึ้นมาเหนือน้ำเองโดยมีลูกศิษย์ที่อยู่บนฝั่งคอยเก็บ ถ้าพระปิดตาองค์ไหนลงจารแล้วไม่ลอยน้ำขึ้นมา แสดงว่าพระปิดตาองค์นั้นไม่มีพลังพุทธคุณ อันอาจจะเกิดอักขระวิบัติจากการจารอักขระก็ได้ การที่พระเกจิอาจารย์ท่านใดสามารถดำลงไปทำวัตถุมงคลใต้น้ำได้นานๆ แบบนี้ ก็แสดงว่าพระเกจิอาจารย์ท่านนั้นสำเร็จวิชากสิณที่สามารถแปลงธาตุน้ำให้เป็นช่องว่างมีอากาศหายใจได้ นอกจากการจรอักขระพระปิดตาใต้น้ำแล้ว หลวงปู่นาคท่านก็มีวิธีการจารอักขระอีกวิธีหนึ่งคือ ท่านจะไปจารที่กลางทุ่งนา หรือในป่าริมคลองที่มีปูอาศัยอยู่มากๆ เมื่อไปถึง และหารูปูเจอแล้ว ท่านก็จะยืนโดยเอาหัวแม่เท้าขวาอุดที่ปากรูปู จากนั้นก็จะกำหนดจิตบริกรรมคาถา และลงเหล็กจารไปพร้อมๆ กัน ขณะนั้นทั่วทั้งทุ่ง และป่าริมคลองนั้นจะเงียบสงัดทันที เสียงนก หรือแมลงร้องจะไม่มีได้ยิน สัตว์ทุกตัวที่อยู่บริเวณนั้นจะหยุดนิ่งชะงักเป็นจังงังกันหมด เมื่อท่านผ่อนคลายกำหนดจิตจากการลงอักขระเสร็จแล้วนั่นแหละ ทุกอย่างจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนที่จะกลับหลวงปู่นาคท่านจะทำน้ำมนต์รดที่รูปูนั้นเพื่อเป็นการคลายอาคม หากมิเช่นนั้นปูที่อยู่ในรูจะออกมาไม่ได้ หรือถ้าปูอยู่ข้างนอกก็จะกลับลงรูไม่ได้เหมือนกัน อักขระที่ท่านใช้คือ "นะคงคา" เป็นตัวหลัก เพราะหลวงปู่นาคสำเร็จ อาโปกสิน วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกจึงหนักไปทางพลังเย็นเร้นเข้มขลังอย่างเอกอุ จากพิธีกรรมการสร้างอันเข้มขลังนี้เองจึงทำให้เป็นสุดยอดอันดับหนึ่งของพระปิดตาเนื้อเมฆพัดด้วยกันทั้งหมด  หลวงปู่นาค จัดเป็นพระปรมาจารย์เมืองนครปฐมในสมัยแรก เป็นต้นตำรับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด แต่พระปิดตาห้วยจระเข้ไม่ใช่มีแต่เฉพาะเนื้อเมฆพัดชนิดเดียว แต่ได้มีชนิดที่สร้างด้วย "เนื้อชิน" อีกด้วย ซึ่งพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินเป็นแบบ "ชินตะกั่ว" โดยหลวงปู่นาคท่านนำเอาแผ่นตะกั่วมาลงอักขระแล้วหลอมเทเป็นพระปิดตา และลงเหล็กจารด้วยกรรมวิธีการเช่นเดียวกับพระปิดตาเนื้อเมฆพัด กล่าวถึงพระปิดตาห้วยจระเข้เนื้อชินตะกั่วนี้ก็มีการสร้างในยุคแรกๆ เป็นพระปิดตาที่หลวงปู่นาคท่านสร้างขึ้นก่อนที่ท่านจะสร้างเนื้อเมฆพัดได้สำเร็จ  ว่ากันว่า "หลวงปู่นาค" กับ"หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว" มีความสนิทสนมกัน เป็นสหธรรมิกรุ่นน้อง(หลวงปู่นาค มีอายุมากกว่าหลวงปู่บุญ 35 ปี) และมีการแลกเปลี่ยนวิชาซึ่งกันและกันด้วย โดยหลวงปู่บุญขอเรียนวิชาการสร้างเนื้อเมฆพัดไปจากหลวงปู่นาคส่วนหลวงปู่นาคก็ได้ขอเรียนวิชาอื่นจากหลวงปู่บุญไปเป็นการแลกเปลี่ยน สำหรับหลวงปู่บุญท่านได้ก็สร้างพระเนื้อเมฆพัดขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งพระเนื้อเมฆพัดของหลวงปู่บุญที่ท่านสร้างเองลักษณะเนื้อจะเหมือนๆ ของหลวงปู่นาคมากหลวงปู่นาค โชติโกไ ด้เป็นผู้สร้างวัดห้วยจระเข้ร่วมกับประชาชน ปกครองวัดมานาน 11 ปี ถึงกาลละสังขารเมื่อปี พ.ศ. 2453 ด้วยโรคชรา รวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา ก่อนที่หลวงปู่นาคท่านจะมรณภาพ ก็ได้ถ่ายทอดวิชาการสร้างพระปิดตาให้กับ "หลวงปู่ศุข" ลูกศิษย์ซึ่งต่อมาหลวงปู่ศุขท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ต่อจากหลวงปู่นาคหลวงปู่สุกท่านสร้างพระปิดตาพิมพ์หูกระต่ายนี้ไว้ในราวๆปี 2480 เป็นต้นมาครับ มีทั้งเนื้อเมฆพัตรและเนื้อทองแดง หลวงปู่ศุขท่านนี้ก็เป็นพระเกจิอาจารย์ของเมืองนครปฐมที่มีชื่อเสียงรุ่นราวคราวเดียวกับ "หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง" และ "หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา" ที่มีคนนับถือมากเช่นกัน หลวงปู่ศุขท่านสร้างพระปิดตาเนื้อเมฆพัดพิมพ์แบบเดียวกับหลวงปู่นาคทุกอย่าง เพียงแต่ท่านไม่ได้ลงเหล็กจารเพื่อให้มีความแตกต่างไม่เป็นการวัดรอยเท้าอาจารย์ แต่ก็มีบ้างอยู่เหมือนกันที่มีการเอาพระปิดตาหลวงปู่ศุขมาลงเหล็กจารแล้วหลอกขายเป็นของหลวงปู่นาคเพื่อให้ได้ราคาสูง จึงควรพิจารณารอยเหล็กจารว่าต้องมีความเก่า ถ้าเป็นรอยจารใหม่แต่เป็นพิมพ์เดียวกันก็แสดงว่าเป็นของลูกศิษย์ครับ

 
โดย : หนานติ๊บ    [Feedback +7 -0] [+1 -0]     [ 1 ] Tue 16, Feb 2010 17:32:32

 
ประมูล หนึ่งในห้าเบญจปิดตาเมฆพัตรปิดตาเมฆพัตรหลวงปู่นาควัดห้วยจรเข้ หายากสุดๆ : พระล้านนา.คอม เว็บ พระเครื่อง พระบูชา อันดับหนึ่ง ของภาคเหนือ ออกแบบเว็บไซต์โดย 2WinWeb design บริการรับทำเว็บไซต์
Copyright Pralanna.com All right reserved. © สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดย บริษัท พระล้านนาดอทคอม จำกัด.